มูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ

Life Inspired For Transsexuals Foundation (LIFT)

แรงกระเพื่อม LGBT จากอินเดียสู่สังคมไทย!! JKN คว้า “อาชิช ชาร์มา” ซุปตาร์บอลลี่วูดตีแผ่ความเท่าเทียมทางเพศผ่านหนัง “KHEJDI (เคจดี้)”

ครั้งหนึ่งในชีวิตนักแสดง “อาชิช ชาร์มา” ยอมลดน้ำหนัก 25 กก. รับบทบุคคลข้ามเพศ ตีแผ่ความเท่าเทียมทางเพศผ่านภาพยนตร์ “KHEJDL(เคจดี้)” แม้จะถูกเสียงคัดค้านเอาชื่อเสียงมาแลกทำไม? เผยเข้าใจกลุ่มคน LGBT มากขึ้น มั่นใจหนังเรื่องจะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนได้มีจุดยืนในสังคม แฮปปี้ได้เป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน LIFT to Touch the Sky

แม้ตอนนี้สังคม LGBT หรือกลุ่มบุคคลที่มีความหลากหลายทางเพศในประเทศไทยในสายตาของคนทั้งโลก อาจจะมองว่าเมืองไทยคือแดนศิวิไลซ์ เป็นประเทศเสรีที่เปิดกว้างต้อนรับบุคคลทุกเพศสู่ไทยแลนด์ แต่ในความเป็นจริงแล้ว แม้ในทางปฏิบัติไม่ว่าจะเพศไหนที่อยู่บนพื้นแผ่นดินนี้ ทุกคนล้วนต่างเท่าเทียมกัน แต่ในแง่ของกฎหมายแล้วนั้นก็ยังไม่เปิดรับมากสักเท่าไหร่

ซึ่งเห็นได้จากก่อนหน้านี้มีการเรียกร้องให้กลุ่มบุคคล LGBT มีสิทธิพลเมืองให้เท่าเทียมกับเพศชายหญิง จึงทำให้เกิดการริเริ่มในการส่งเสริม การยอมรับ และการให้มีส่วนร่วมแก่บุคคลข้ามเพศในประเทศไทยของ “มูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ (LIFT หรือ Life Inspired for Transsexuals Foundation)” เป็นมูลนิธิที่ไม่แสวงหาผลกำไร แต่จะแสวงหาความเท่าเทียมทางเพศสำหรับผู้ชายและผู้หญิงให้ได้รับสิทธิพลเมืองอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าผู้นั้นจะเกิดมาด้วยเพศใดก็ตาม

ซึ่งนำทีมโดย “คุณแอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” เจ้าแม่เจเคเอ็น โกลบอล มีเดีย จำกัด (มหาชน) พร้อม “เจินเจิน บุญสูงเนิน” ประธานมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ เป็นหัวเรือใหญ่ในการขับเคลื่อน พร้อมเปิด “แคมเปญข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน (LIFT to Touch the Sky)” สนับสนุนความเท่าเทียมของบุคคลข้ามเพศ และจัดหาเงินเพื่อให้ทุนการศึกษา และสนับสนุนให้แก่บุคคลข้ามเพศที่ต้องการทักษะชีวิตและการศึกษา เพื่อการใช้ชีวิตอย่างมีความหมายและยั่งยืนในประเทศไทยต่อไป โดยตลอดปี 2562 นี้ทางมูลนิธิจะดำเนินแคมเปญข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน ไปพร้อมกิจกรรมระดมเพื่อสังคมอันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Jern Jern’s “The Aura Butterfly” Concert ที่จะเกิดขึ้นในเดือนสิงหาคมนี้ รวมไปนิทรรศการภาพถ่ายของ “ใหญ่ อมาตย์” ที่จะมาสื่ออารมณ์ผ่านภาพถ่ายกับ 40 ผู้หญิงข้ามเพศที่มีชื่อเสียงที่สุดในประเทศ

และอีก 2 โปรเจกต์ใหญ่ที่ได้พระเอกชื่อดังดาวรุ่งจากบอลลีวูดอย่าง “อาชิส ชาร์มา” ที่เคยฝากผลงานเรตติ้งทะลุผังมาแล้วในเรื่อง “สีดาราม ศึกรักมหาลงกา” โดยการกลับมาครั้งนี้ นักแสดงหนุ่มดาวรุ่งได้พลิกบทบาทครั้งแรกมารับบทเป็น “เด็กสาวข้ามเพศ” ที่ต้องใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ ในชนบทของรัฐราชฐานกับภาพยนตร์เรื่อง “KHEJDL : ข้ามเพศอย่างทรนง” ซึ่งจะเข้าโรงให้ได้ชมในกลางเดือนกรกฎาคม และยังได้ร่วมแสดงนำในเอ็มวีเพลง “I Wanna Touch The sky” ที่ได้นักแต่งเพลงชื่อดังจากอินเดียเป็นผู้แต่งและยังได้ Shilpa Surroch ศิลปินบอลลีวู้ดเป็นคนขับร้อง ส่วนในเวอร์ชั่นภาษาไทยที่จะเปิดตัวช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนนี้ได้ “มาเรียม เกรย์” เป็นผู้ขับร้อง และยังได้รับเกียตริจาก “คุณแอน จักรพงษ์ จักราจุฑาธิบดิ์” มาร่วมเป็นนักแสดงนำในเอ็มวีเพลงนี้

ด้าน “อาชิช ชาร์มา” ได้เผยถึงความรู้สึกอย่างเป็นกันเอง ด้วยสีหน้าที่ยิ้มแย้มกับการมารับแสดงในเรื่อง “KHEJDL(เคจดี้)” ด้วยการพลิกบทบาทครั้งใหญ่ในชีวิตจากผู้ชายหนัก 80 กก. แล้วลดน้ำหนักลงให้เหลือเพียง 56 กก. เพื่อจะให้สมบทบาทมากที่สุด ท่ามกลางเสียงคัดค้านจากคนรอบข้างไม่ให้รับบทบาทนี้ แต่เจ้าตัวก็ยืนยันว่านี่คือบทที่ท้าทายบทหนึ่งในชีวิตของการเป็นนักแสดง และภาพยนตร์เรื่องนี้ไม่ได้สร้างเพื่อกำลังใจให้เฉพาะกลุ่มใดกลุ่มหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนลุกขึ้นมาทำประโยชน์และเป็นที่ยอมรับกับสังคม เผยการยอมรับเกี่ยวกับ LGBT ในประเทศบ้านเกิดของตนเองได้เปิดกว้าง มีการรองรับเพศที่ 3 และถือว่าการร่วมเพศในเพศเดียวกันไม่ใช่สิ่งผิด และแม้บางคนยังกีดกันบุคคลข้ามเพศ ซึ่งแตกต่างได้แต่ไม่ควรแตกแยก เพราะทุกคนมีสิทธิ์ในตัวของตัวเองตั้งแต่เกิด ไม่มีใครจะมาตัดสินหรือสามารถเอาไปได้

“ภาพยนตร์เรื่องนี้ เกิดขึ้นในหมู่บ้านเล็กๆ แห่งหนึ่งในอินเดีย เคจดี้เป็นเด็กที่เกิดมาพร้อมมีเพศสภาพสองแบบ เป็นอินเตอร์เซ็ก แต่จริงๆ แล้วมีจิตใจเป็นผู้หญิง ซึ่งในประเทศอินเดีย กลุ่มคนข้ามเพศเหล่านี้ จะมีกลุ่มคนมาเอาตัวไปเพื่อเอาไปเป็นขอทานหรือไปรำเพื่อขอทาน ในอินเดียจะเรียกว่า ฮิจร่า (Hijra) หรือถ้าพ่อแม่มีลูกที่เป็นแบบนี้ ก็จะส่งตัวไปเลย เรียกว่าเป็นชนชั้นที่ต่ำกว่าชนชั้นจัณฑาลด้วยซ้ำ ซึ่งในเรื่องนี้พ่อของเด็กคนนี้เขารักลูกมาก เขาก็ไม่ได้ให้ใครเอาลูกไป แต่ให้ลูกอยู่แต่ในห้องไม่ให้ออกไปสู่โลกภายนอกเลย จนกระทั่งโตเป็นสาว เด็กคนนี้ก็แอบเรียนรู้วิชาแพทย์แผนโบราณของพ่อ ผ่านรูที่พ่อเจาะไว้ให้ เขาก็จะมีความรู้เรื่องแพทย์ ดังนั้นตอนที่เขาเปิดตัวออกไป สังคมก็ให้การยอมรับและให้เกียรติแบบผู้หญิง เพราะไม่มีใครรู้ว่าเธอเป็นผู้หญิงข้ามเพศ หลังจากนั้นก็จะมีเรื่องราวเกิดขึ้นมากมาย ก็ต้องไปติดตามดูในภาพยนตร์ครับ”

ยอมเปลี่ยนแปลงตัวเอง!! ลดน้ำหนักไป 25 กก. พร้อมเพิ่มจริตความเป็นผู้หญิงด้วยการเรียนเต้น เชื่อตามหลักฮินดูว่าทุกคนมีสองเพศอยู่ในตัว ไม่แคร์คนมองว่าจะทำให้ภาพลักษณ์เสีย เพียงคิดว่าครั้งหนึ่งในชีวิตของนักแสดงที่ได้ลองทำ

“การเตรียมตัวมารับบทนี้ ก็จะแบ่งเป็น 2 ส่วนใหญ่ๆ ส่วนแรกคือร่างกายครับ ต้องใช้วินัยอย่างมากที่จะทำให้รูปร่างเล็กลง และลดกล้ามเนื้อ โดยที่ยังแข็งแรงอยู่ และไม่รู้สึกว่าตัวเองป่วย ผมน้ำหนักลดลงไปราวๆ 25 กิโล จากน้ำหนัก 82 เหลือ 56 ในระยะเวลา 4 เดือน ส่วนที่สองก็คือจิตใจครับ เพราะผมไม่ได้เป็นบุคคลข้ามเพศจริงๆ และมีเพื่อนที่เป็นแบบนี้น้อยมาก ก็ต้องพยายามฝึกฝนให้สามารถเล่นให้เป็นแบบนั้นให้ได้ ก็เป็นสิ่งที่ยากมาก ต้องเรียนรู้เยอะมาก เพราะเป็นสิ่งที่ใหม่สำหรับผมครับ อีกอย่างหนึ่งก็ไม่รู้จะต้องไปเอาแบบอย่างจากไหนเพราะไม่ได้มีตัวอย่างให้ดูมากนัก แล้วผมก็เป็นผู้ชายมาตลอด 30 กว่าปี เล่นแต่บทผู้ชาย แต่สิ่งที่ผมรู้สึกว่าในตัวคนเราทุกคน มีทั้งเพศหญิงและเพศชายอยู่ในตัวเองอยู่แล้ว และคนฮินดูก็เชื่อว่าพระศิวะ มีทั้งเพศชายและเพศหญิง ผมเลยดึงในส่วนนี้มาใช้ และอีกอย่างหนึ่งคือผมก็ได้ไปเรียนเต้นกัททัก ที่เป็นการเต้นรำแบบหนึ่งของอินเดีย เป็นเวลา 4 เดือน เพราะการเรียนเต้นกัททักจะทำให้มีความอ่อนช้อย และสามารถดึงความเป็นผู้หญิงออกมาได้ ก็จะนำจริตที่ได้เรียนรู้จากการเต้นกัททักมาใช้ในการแสดงเป็นบุคคลข้ามเพศ และการที่จะแสดงเป็นตัวละคร เคจดี้ ได้ก็พยายามศึกษาสคริปท์ของเรื่อง ดูว่าตัวละครดำเนินเรื่องราวยังไง ซึ่งตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงปลายเรื่อง เด็กคนนี้เป็นคนที่แฮปปี้ เพราะถึงแม้ว่าพ่อจะเลี้ยงอยู่ในบ้านไม่ให้ออกไปไหน แต่พ่อก็ให้ความรัก ไม่ได้ปิดกั้นและทำร้าย และเหตุผลที่พ่อไม่ให้ออกไปข้างนอกก็เพราะกลัวว่าจะโดนทำร้ายนั่นเอง เด็กคนนี้ก็เลยเป็นเด็กที่มีความแฮปปี้ แต่ในขณะเดียวกัน ก็เป็นเด็กที่มีความอยากรู้อยากเห็น ผมก็พยายามศึกษาตัวละครจากสคริปท์มากกว่าที่จะพยายามแสดงเป็นผู้หญิงครับ”

“ซึ่งการตัดสินใจรับบทนี้ เพราะในเมื่อเป็นนักแสดงแล้ว แทนที่จะแสดงในบทเดิมๆ แบบที่เพื่อนๆ แสดง ตอนที่ผมประกาศว่าจะรับบทนี้ ไม่มีใครให้กำลังใจเลย มีแต่ถามว่าจะเล่นทำไม มันอาจจะทำภาพลักษณ์เสียได้นะ แต่ผมถือว่าผมเป็นนักแสดง บทนี้มันเป็นโอกาสหนึ่งที่สามารถจะเล่นได้ เกิดมาชีวิตเดียว ถ้าสามารถแสดงได้หลายๆ บทบาท ก็จะสามารถเป็นหลายคนได้ในหนึ่งชีวิตครับ”

มั่นใจ “เคจดี้” ไม่ได้แค่ให้กำลังใจกับบุคคลข้ามเพศ แต่สามารถสร้างแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่อยากจะมีที่ยืนในสังคม เผยแฮปปี้เสียงตอบรับดีในเทศกาลหนัง ดีใจที่สามารถสื่อสารให้ทุกคนเข้าใจถึงกลุ่มคนพวกนี้

“หลังจากที่ผมได้รู้จักกับตัวละครที่ชื่อว่าเคจดี้แล้ว ผมรู้สึกว่าตัวละครนี้เป็นแรงบันดาลใจให้กับคนอื่นๆ แรงบันดาลใจของเคจดี้คืออยากทำให้ทุกคนยอมรับ เพราะฉะนั้นในเรื่องเขาไม่ได้เป็นบุคคลข้ามเพศที่ไม่มีสาระ เขาเป็นหมอ เขาเรียนรู้วิชาแพทย์จากพ่อเขา เขาให้ประโยชน์กับสังคม ซึ่งแรงบันดาลใจอันนี้ ไม่จำเป็นว่าต้องเฉพาะบุคคลข้ามเพศต้องมี คนทั่วไปที่อาจจะมีปมด้อย หรือไม่มั่นใจในตัวเอง แต่อยากจะหาที่ยืนในสังคม ตัวละครนี้ก็จะทำให้ได้เรียนรู้ว่า เราต้องทำตัวให้มีประโยชน์กับสังคมเพื่อที่จะให้สังคมยอมรับ ซึ่งอันนี้เป็นเรื่องของแรงบันดาลใจล้วนๆเลยครับ”

“ผลตอบรับดีครับ ถึงจะเป็นภาพยนตร์ที่ค่อนข้างฉายเฉพาะกลุ่ม แต่ก็ได้รับเชิญไปเปิดตัวที่เทศกาลหนัง 2019 KASHISH Mumbai International Queer Film Festival ครั้งที่10 ที่เมืองมุมไบ ประเทศอินเดีย ซึ่งเป็นเทศกาลภาพยนตร์ที่มีเนื้อหาเกี่ยวกับกลุ่ม LGBT ที่ใหญ่ที่สุดในเอเชีย แล้วก็ได้รับหลายรางวัลมาก จากการที่หนังไปฉายในเทศกาลหนังต่างๆทั่วโลก แล้วยังได้รับการรีวิวที่ดีมาก ตอนแรกผมคิดว่าจะไม่มีคนยอมรับ และสิ่งที่ผมคิดว่ามันประสบความสำเร็จคือพอหนังฉาย สิ่งที่ผมต้องการจะสื่อไปถึงผู้รับสารที่ได้ดูหนังเรื่องนี้มันสำเร็จ มีคนเขียนมาถึงผมว่าขอบคุณที่นำเรื่องนี้มาตีแผ่สู่สังคม”

เผยสังคมอินเดียเปิดรับ LGBT ออกกฎหมายให้สามารถเลือกเพศเองได้ แต่แปลกใจคนมองไทยคือประเทศเสรีไม่จำกัดเพศ แต่ทำไม? ยังไม่มีกฎหมายออกมารองรับ พร้อมดันแคมเปญ “ข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน LIFT to Touch the Sky” เพื่อสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศ

“เนื่องจากประเทศอินเดียเป็นสังคมที่กว้างนะครับ ผมก็ไม่สามารถจะบอกได้ว่าเรื่องนี้มันเป็นที่ยอมรับแล้วหรือยัง แต่ผมรู้สึกได้ว่าเริ่มมีการยอมรับมากขึ้น มีความเปลี่ยนแปลงทางกฎหมายที่สำคัญในปี 2014 คือได้มีกฎหมายรองรับเพศที่สาม คนที่แปลงเพศแล้วสามารถเลือกเพศได้ และเลือกได้ว่าจะใช้คำนำหน้าว่านาย ,นางสาว หรือว่าเพศที่สาม และเมื่อเร็วๆ กฎหมายมาตรา 377 ของอินเดีย ที่บอกว่าการร่วมเพศของเพศเดียวกันเป็นสิ่งผิดกฎหมาย ตอนนี้ก็ไม่ใช่แบบนั้นแล้ว สิ่งนี้ได้รับการยอมรับมากขึ้น เวลาพูดเรื่องนี้กับคน 10 คน มีคนยอมรับได้ 3 คน ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่ดีขึ้น พัฒนาขึ้นแล้วครับ และก่อนหน้านี้ผมก็ไม่ได้กีดกันเรื่องนี้นะครับ ผมยอมรับได้อยู่แล้ว แต่สิ่งที่เปลี่ยนไปหลังจากเล่นเรื่องนี้คือผมรู้สึกว่า คำว่าข้ามเพศ มันมีความแตกต่างของ LGBT แต่ความแตกต่างมันไม่ใช่ความแตกแยก อันนี้เป็นสิ่งที่ผมได้เข้าใจเพิ่มมากขึ้นจากการเล่นหนังเรื่องนี้ครับ สิ่งที่หนังกำลังจะบอกก็คือ ทุกคนต้องการที่จะมีสิทธิ์ในสิทธิ์ของตัวเอง ใครก็ไม่สามารถเอาสิทธิ์นั้นไปได้”

“ส่วนแคมเปญ ข้ามเพศให้ถึงฝั่งฝัน LIFT to Touch the Sky ของมูลนิธิข้ามเพศบันดาลใจ หรือ Life Inspired for Transsexuals Foundation (LIFT) ผมมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะมีมูลนิธิอะไรแบบนี้ เพื่อที่จะมาสร้างความเท่าเทียมกันทางเพศ แล้วมูลนิธินี้ก็ยังมีการให้ทุนการศึกษาด้วย ผมรู้สึกงงมากเลยที่ประเทศไทย เป็นประเทศที่ทั่วโลกมองมาแล้วดูเสรี และเป็นประเทศที่ยอมรับเพศที่สามมากที่สุด แต่ทำไมกฎหมายถึงยังไม่เปลี่ยน กฎหมายเรื่องการเปลี่ยนคำนำหน้ายังไม่มี กฎหมายรองรับการแต่งงานของเพศเดียวกันยังไม่มี Life Inspired for Transsexuals Foundation ก็เป็นแพลตฟอร์มที่ดีมี่จะมีแคมเปญอะไรแบบนี้ ส่วนเรื่องเพลง I Wanna Touch The Sky ผมคิดว่ามันก็เป็นสื่ออย่างหนึ่ง ที่เป็นการสื่อสารที่สวยงาม ดีกว่าการออกไปเดินถือป้าย เพลงเป็นสื่อหนึ่งที่สามารถส่งสารออกไปได้ และยังเป็นการเอ็นเตอร์เทนอย่างหนึ่งด้วยครับ การทำเพลงนี้ขึ้นมาก็สอดคล้องกับแคมเปญนี้ดีครับ”